อากาศที่ร้อนขึ้นในประเทศไทยส่งผลต่อภูมิอากาศโดยรวมอย่างมากเลยครับ เพราะทุกวันนี้ผมบอกได้เลยว่าการออกนอกบ้านในตอนกลางวันไม่อยู่ในความคิดของผมอีกต่อไปเพราะ ด้วยแสงแดดที่รู้สึกได้เลยว่าร้อนกว่าปรกติอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนรู้สึกได้เลยว่าอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมาก ไม่ได้แค่คิดไปเองครับ แต่สามารถพิสูจน์ได้จากการวัดอุณหภูมิ ซึ่งตอนนี้ทะลุ 40 องศาเรียบร้อยแล้วครับ คือตอนเด็ก ๆ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วบอกได้เลยว่า มันต่างกันมากเพราะตอนนั้นยังสามารถวิ่งเล่นรวมทั้งเล่นน้ำ กลางแดดได้ โดยไม่เป็นอะไร แต่ทุกวันนี้ กลับทำไม่ได้แล้วเพราะถ้าทำแบบนั้นอาจจะไม่สบายเอาง่าย ๆ ซึ่งเหตุผลที่แท้จริงก็คือการที่ชั้นบรรยากาศที่ควบคุมอุณหภูมิ ได้ถูกทำลาย โดยการตัดไม้ทำลายป่า และใช้ถุงพลาสติกเยอะครับ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่แสงอาทิตย์ที่แรงขึ้นเท่านั้นฤดูกาลต่าง ๆ ยังเปลี่ยนไปมาก ซึ่งในบางครั้งอาจมีทั้ง ร้อน หนาว และ ฝน ในวันเดียวกันเลยครับ

การเตรียมตัวรับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ซึ่งการเตรียมตัวรับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งสำคัญครับ ยิ่งสำหรับคนวัยทำงานแล้วยิ่งต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ครับ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าฝนจะตกวันไหนสิ่งที่ต้องเตรียมคือเสื้อกันฝนครับ โดยสามารถซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อครับ นอกจากนี้ยารักษาโรคยังเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันครับ เช่นยาแก้ปวด ซึ่งมันสามารถช่วยท่านได้ หรือถ้าหลีกเลี่ยงในการโดนแดด หรือ ฝนไม่ได้ให้ปิดในส่วนของหัวกระหม่อมให้มากครับ เพราะเป็นส่วนที่บางมาก นอกจากนี้เรื่องการจราจรก็สำคัญเช่นกัน อย่างยางรถควรตรวจเช็คสภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัย อีกอย่างหนึ่งเลยก่อนเดินทางควรพักผ่อนให้เต็มที่เสียก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และ ควรขับขี่รถด้วยความไม่ประมาทครับ

ตั้งแต่เราได้เกิดและลืมตามาดูโลก เราก็ได้สัมผัสกับโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ โลกทุกวันนี้กับโลกที่เราได้เติบโตมาในวัยเด็กมีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ฤดูกาลที่เคยเวียนมาเหมือนเดิมในรอบปีกลับเปลี่ยนแปลงไป เช่นในประเทศไทยของเรา แต่เดิมหากย้อนวันเวลากลับไปสัก 30-40 ปี ฤดูกาลยังคงมาตามกำหนดเวลาเสมอ เริ่มจากฤดูหนาวที่มาในต้นปีต่อเนื่องจากปลายปี คือช่วงกลางเดือนตุลาคม จนถึงกลางเดือนกุมพาพันธ์ ต่อด้วยฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมไปจรดเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะมีลมฝนมาหลังจากนั้น แต่ในปัจจุบัน หลาย ๆ คนอาจจะเกิดความสับสนว่าไหนฤดูร้อน ไหนฤดูหนาวหรือฤดูฝน เพราะในแต่ละวันแทบจะเดากันไม่ถูกเลยว่า วันนี้จะอากาศร้อนหรือฝนจะตก ยิ่งฤดูหนาวที่เคยมาเยือนครั้งละนาน ๆ นับเป็นเดือนหรือสองเดือน กลับมาเพียงไม่กี่วันและล่าช้าผิดเพี้ยนกันไปหมด ทั้งหมดนี้เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ ก็คือ การที่โลกของเราร้อนขึ้นนั่นเอง


การที่โลกร้อนขึ้นทำให้สมดุลของสภาพภูมิอากาศและบรรยากาศต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป สภาพอากาศส่อให้เห็นถึงว่ารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เกิดพายุเฮอริเคน ในขณะที่บางพื้นที่กลับมีความแห้งแล้ง มีน้ำท่วม และ คลื่นความร้อน ก็มีที่ท่าว่าเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิมเนื่องจากภาวะโลกร้อน โครงการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้มีการศึกษาหาข้อมูลและเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้มีความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ ทศวรรษ มีกลุ่มประชาชนทั่วโลกที่ต้องได้รับผลกระทบจากหายนะต่างๆ จำนวนทวีคูณขึ้นมากในทุก ๆ ปี จาก 740 ล้านคนในทศวรรษี่ 1970 เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 20 ปี ก็เพิ่มไปถึง 2 พันล้านคนแล้วในทศวรรษ 1990 ผู้คนหลายล้านคนเหล่านี้พบมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในประเทศยากจนแม้จะยากที่จะระบุไปว่าสาเหตุแท้จริงที่สภาพอากาศรุนแรงจะมาจากการเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่ก็เข้าใจได้ว่า ต่างก็ยอมรับกันว่าภาวะโลกร้อนนี่เองที่ก่อให้เกิดสภาพอากาศรุนแรงตามมา เจ้าสภาพอากาศรุนแรงนี่เองที่เกิดขึ้นเพราะการที่โลกของเรามีภาวะโลกร้อนมากขึ้น และความร้อนเหล่านี้ได้เข้าสู่ระบบอากาศของโลกและนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นหากยังไม่หาทางแก้ไขกันทุกภาคส่วน โลกนี้ทั้งโลกอาจจะต้องรับมือกับความเลวร้ายของภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม จนกรทั่งเดินทางไปถึงวันหนึ่งที่สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของโลกไม่เหมาะที่มนุษย์จะอยู่อาศัยกันอีกต่อไป

Main-causes-for-climate-change

สภาพภูมิอากาศถือเป็นรูปแบบที่มีระยะยาวของสภาพอากาศในพื้นที่บริเวณใดบริเวณหนึ่งหรือหากพูดอีกเชิงก็มีทำนองเหมือนกับเป็นค่าเฉลี่ยของสภาพอากาศในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในช่วงเวลาที่ต้องมากกว่า 30 ปี ปกติแล้วการศึกษาในส่วนของสภาพภูมิอากาศจะพิจารณาไปถึงค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ ความเร็วลม ความชื้นสัมพัทธ์ รวมไปถึงการตรวจวัดสภาพอากาศแบบอื่นๆ ที่ต้องมีความต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานในพื้นที่นั้นๆ ที่ถูกเฉพาะเจาะจงเอาไว้ สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่แล้วมักเกี่ยวข้องกับธรรมชาติของโลก หากสภาพภูมิอากาศของโลกมีการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นนั่นเท่ากับว่ามีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้นั่นเอง โดยนักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่มีความเชื่อว่าสาเหตุหลักๆ ในการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมักเกิดจากธรรมชาติกับมนุษย์เป็นสาเหตุหลักๆ ซึ่งสามารถแบ่งแยกออกมาได้ดังนี้

 4 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  1. การหมุนรอบตัวเองของโลกกับการหมุนรอบดวงอาทิตย์ – การเปลี่ยนแนวโคจรนี้นับว่ามีผลต่อสภาพภูมิอากาศโดยตรงสาเหตุมาจากการกระจายพลังงานรังสีจากดวงอาทิตย์ที่สัมผัสมายังพื้นผิวของโลกตามละติจูดต่างๆ เปลี่ยนไป ส่งผลให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลกนั่นเอง ถือว่าเป็นสาเหตุลำดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  2. การเปลี่ยนแปลงของพลังงานดวงอาทิตย์ – ถือว่าเป็นสาเหตุที่เกิดจากนอกโลกแต่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ พลังงานดวงอาทิตย์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งรูปแบบของปริมาณและคุณภาพนั่นส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสภาพภูมิอากาศของโลก
  3. เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ – จะมีการปล่อยก๊าซและวัสดุที่ละเอียดมากจำนวนมหาศาลออกมาสู่ชั้นบรรยากาศ การระเบิดที่รุนแรงจะมีกำลังมากพอในการปล่อยเศษวัสดุเหล่านี้ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศที่ชื่อ สตราโตสเฟียร์ สามารถล่องลอยได้นานหลายเดือนหรือเป็นปี เป็นการขวางกั้นรังสีจากดวงอาทิตย์ให้ส่งมาถึงโลกส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สาเหตุที่เกิดขึ้นจากมนุษย์โดยตรง – ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ามนุษย์เราเองก็มีส่วนสำคัญในการทำให้สภาพภูมิอากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย เริ่มต้นง่ายๆ จากการเกิดขึ้นของประชากรที่รวดเร็วส่งผลให้พื้นที่ที่ใช้ชีวิตต้องถูกขยายออกไปมากขึ้น เกิดการขาดแคลนพลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมถอยก็เกิดจากฝีมือของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตัดไม้ทำลายป่า ทำลายสมดุลต่างๆ ทางธรรมชาติซึ่งเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนที่ช่วยเรื่องของการดูดซับก๊าซเรือนกระจก เหตุผลก็มีเพียงแค่ความต้องการทางพลังงานของคนบนโลกมีมากขึ้น บวกกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจรวมถึงภาคอุตสาหกรรมก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไป มีการสร้างภาวะเรือนกระจกมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้โลกร้อนและสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ