โลกร้อนทำให้ฤดูกาลเปลี่ยนไปมาก

ตั้งแต่เราได้เกิดและลืมตามาดูโลก เราก็ได้สัมผัสกับโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ โลกทุกวันนี้กับโลกที่เราได้เติบโตมาในวัยเด็กมีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ฤดูกาลที่เคยเวียนมาเหมือนเดิมในรอบปีกลับเปลี่ยนแปลงไป เช่นในประเทศไทยของเรา แต่เดิมหากย้อนวันเวลากลับไปสัก 30-40 ปี ฤดูกาลยังคงมาตามกำหนดเวลาเสมอ เริ่มจากฤดูหนาวที่มาในต้นปีต่อเนื่องจากปลายปี คือช่วงกลางเดือนตุลาคม จนถึงกลางเดือนกุมพาพันธ์ ต่อด้วยฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมไปจรดเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะมีลมฝนมาหลังจากนั้น แต่ในปัจจุบัน หลาย ๆ คนอาจจะเกิดความสับสนว่าไหนฤดูร้อน ไหนฤดูหนาวหรือฤดูฝน เพราะในแต่ละวันแทบจะเดากันไม่ถูกเลยว่า วันนี้จะอากาศร้อนหรือฝนจะตก ยิ่งฤดูหนาวที่เคยมาเยือนครั้งละนาน ๆ นับเป็นเดือนหรือสองเดือน กลับมาเพียงไม่กี่วันและล่าช้าผิดเพี้ยนกันไปหมด ทั้งหมดนี้เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ ก็คือ การที่โลกของเราร้อนขึ้นนั่นเอง


การที่โลกร้อนขึ้นทำให้สมดุลของสภาพภูมิอากาศและบรรยากาศต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป สภาพอากาศส่อให้เห็นถึงว่ารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เกิดพายุเฮอริเคน ในขณะที่บางพื้นที่กลับมีความแห้งแล้ง มีน้ำท่วม และ คลื่นความร้อน ก็มีที่ท่าว่าเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิมเนื่องจากภาวะโลกร้อน โครงการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้มีการศึกษาหาข้อมูลและเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้มีความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ ทศวรรษ มีกลุ่มประชาชนทั่วโลกที่ต้องได้รับผลกระทบจากหายนะต่างๆ จำนวนทวีคูณขึ้นมากในทุก ๆ ปี จาก 740 ล้านคนในทศวรรษี่ 1970 เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 20 ปี ก็เพิ่มไปถึง 2 พันล้านคนแล้วในทศวรรษ 1990 ผู้คนหลายล้านคนเหล่านี้พบมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในประเทศยากจนแม้จะยากที่จะระบุไปว่าสาเหตุแท้จริงที่สภาพอากาศรุนแรงจะมาจากการเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่ก็เข้าใจได้ว่า ต่างก็ยอมรับกันว่าภาวะโลกร้อนนี่เองที่ก่อให้เกิดสภาพอากาศรุนแรงตามมา เจ้าสภาพอากาศรุนแรงนี่เองที่เกิดขึ้นเพราะการที่โลกของเรามีภาวะโลกร้อนมากขึ้น และความร้อนเหล่านี้ได้เข้าสู่ระบบอากาศของโลกและนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นหากยังไม่หาทางแก้ไขกันทุกภาคส่วน โลกนี้ทั้งโลกอาจจะต้องรับมือกับความเลวร้ายของภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม จนกรทั่งเดินทางไปถึงวันหนึ่งที่สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของโลกไม่เหมาะที่มนุษย์จะอยู่อาศัยกันอีกต่อไป