ประเทศไทยเราในปัจจุบันนี้มีสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอยู่บ่อยๆ จนเรานั้นยากจะปรับตัว ซึ่งการที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงนอกจากสิ่งมีชีวิตอย่างสัตว์ หรือพืชพันธุ์ต่างๆ จะได้รับผลกระทบแล้ว มนุษย์อย่างเราก็ได้รับด้วยเช่นกัน ผลกระทบที่ว่าจะมีอะไรบ้าง น่ากลัวขนาดไหนต้องลองพิสูจน์ความจริงดู

ผลกระทบของมนุษย์จากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

โรคที่มากับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไป

โรคระบาดจากแมลง : การที่อุณหภูมิแปรปรวน สูงขึ้นบ้างต่ำลงบ้างสัตว์ร้ายที่เป็นพาหะอย่างยุงลาย หรือยุงมาลาเรียจะอาศัยได้เป็นอย่างดีและแพร่กระจายเป็นวงกว้าง เกิดการระบาดของโรคอันน่ากลัวอย่าง ไข้เลือดออก มาลาเรีย หรือไข้สมองอักเสบ

โรคติดต่อในระบบทางเดินอาหาร : การที่อุณหภูมิมีสูงขึ้น แหล่งน้ำก็จะแห้งลง เกิดการขาดแคลนน้ำ ไม่มีน้ำใช้ การสะสมของเชื้อโรคต่างๆ โรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารก็จะยิ่งตามมาได้

โรคหวัด : เดี๋ยวก็ฝนตก เดี๋ยวก็แดดออก ทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำลงได้ เชื้อไวรัวหวัดจึงแพร่เข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย

สุขภาพจิตย่ำแย่

อาจเกิดอุบัติเหตุ : อากาศแปรปรวนฝนตกบ้าง มีหมอกบ้าง สลับสับสนกันไปหมด ก็อาจทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตาลาย มองข้ามไปบ้าง เรียกง่ายๆ ว่าทัศนะวิสัยการมองเห็นลดลง เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดขึ้นได้

เกิดความเครียด : ความเครียดที่เกิดจากอากาศแปรปรวนก็เช่น ในช่วงที่อากาศร้อน อุณหภูมิสูง เกิดการหงุดหงิด หรือในวันที่น้ำท่วม นานเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน สภาพจิตใจมักจะฟุ้งซ่าน ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอลง

ส่งผลต่อร่างกายโดยตรง

โรคเกี่ยวกับผิวหนัง : เนื่องจากมีแสง UV มากจนเกินไปทำให้ผิวสัมผัสกับรังสีในปริมาณสูง ซึ่งหากได้รับเป็นเวลานาน เสียงต่อโรคมะเร็งผิวหนัง

หอบหืด/ภูมิแพ้ : การที่อากาศแปรปรวนทำให้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศเพิ่มสูงขึ้น และเมื่อร่างกายสูดดมเข้าไปบ่อยๆในวันที่ร่างกายภูมิต้านทานต่ำ อาจเกิดปัญหาโรคหอบหืด หรือภูมิแพ้ได้

ลมแดด : การที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ โดยเฉพาะอุณหภูมิร้อนมีมากกว่าอุณหภูมิเย็น ร่างกายก็จะเสียเหงื่อ เกิดภาวะขาดน้ำในร่างกาย เป็นลมหมดสติ ซึ่งหากพบแพทย์ช้าเกินไปอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ยิ่งในวัยเด็ก ผู้สูงวัย รวมถึงผู้มีโรคประจำตัวยิ่งต้องดูแลใกล้ชิด

ปัญหาต่อร่างกายโดยอ้อมอื่นๆ

ยา หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เสื่อมคุณภาพ : หมายความว่าการที่สภาพภูมิอากาศแปรปรวนอาจส่งผลให้อายุการใช้งานของยา อุปกรณ์ทางการแพทย์เสื่อมคุณภาพเร็วกว่าที่ระบุไว้

ผลผลิตทางการเกษตรน้อยลง : ทำให้ไม่มีผลผลิตออกมาสู่ตลาด ขาดแคลนอาหาร หรือเกษตรกรมีรายได้ลดลงจากที่เคยเป็นอยู่

สังคมเปลี่ยนแปลงตาม : ประชากรอาจอพยพ โยกย้ายถิ่นฐาน จำนวนประชากรบางแห่งอาจมีมากจนเกินไป ในขณะที่บางแห่งไม่มีหลงเหลือเลย

อากาศที่ร้อนขึ้นในประเทศไทยส่งผลต่อภูมิอากาศโดยรวมอย่างมากเลยครับ เพราะทุกวันนี้ผมบอกได้เลยว่าการออกนอกบ้านในตอนกลางวันไม่อยู่ในความคิดของผมอีกต่อไปเพราะ ด้วยแสงแดดที่รู้สึกได้เลยว่าร้อนกว่าปรกติอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อก่อนรู้สึกได้เลยว่าอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างมาก ไม่ได้แค่คิดไปเองครับ แต่สามารถพิสูจน์ได้จากการวัดอุณหภูมิ ซึ่งตอนนี้ทะลุ 40 องศาเรียบร้อยแล้วครับ คือตอนเด็ก ๆ เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้วบอกได้เลยว่า มันต่างกันมากเพราะตอนนั้นยังสามารถวิ่งเล่นรวมทั้งเล่นน้ำ กลางแดดได้ โดยไม่เป็นอะไร แต่ทุกวันนี้ กลับทำไม่ได้แล้วเพราะถ้าทำแบบนั้นอาจจะไม่สบายเอาง่าย ๆ ซึ่งเหตุผลที่แท้จริงก็คือการที่ชั้นบรรยากาศที่ควบคุมอุณหภูมิ ได้ถูกทำลาย โดยการตัดไม้ทำลายป่า และใช้ถุงพลาสติกเยอะครับ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่แสงอาทิตย์ที่แรงขึ้นเท่านั้นฤดูกาลต่าง ๆ ยังเปลี่ยนไปมาก ซึ่งในบางครั้งอาจมีทั้ง ร้อน หนาว และ ฝน ในวันเดียวกันเลยครับ

การเตรียมตัวรับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ซึ่งการเตรียมตัวรับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งสำคัญครับ ยิ่งสำหรับคนวัยทำงานแล้วยิ่งต้องให้ความสำคัญในเรื่องนี้ครับ เนื่องจากเราไม่รู้ว่าฝนจะตกวันไหนสิ่งที่ต้องเตรียมคือเสื้อกันฝนครับ โดยสามารถซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อครับ นอกจากนี้ยารักษาโรคยังเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันครับ เช่นยาแก้ปวด ซึ่งมันสามารถช่วยท่านได้ หรือถ้าหลีกเลี่ยงในการโดนแดด หรือ ฝนไม่ได้ให้ปิดในส่วนของหัวกระหม่อมให้มากครับ เพราะเป็นส่วนที่บางมาก นอกจากนี้เรื่องการจราจรก็สำคัญเช่นกัน อย่างยางรถควรตรวจเช็คสภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัย อีกอย่างหนึ่งเลยก่อนเดินทางควรพักผ่อนให้เต็มที่เสียก่อน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และ ควรขับขี่รถด้วยความไม่ประมาทครับ

ตั้งแต่เราได้เกิดและลืมตามาดูโลก เราก็ได้สัมผัสกับโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงไปทุกขณะ โลกทุกวันนี้กับโลกที่เราได้เติบโตมาในวัยเด็กมีความแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ฤดูกาลที่เคยเวียนมาเหมือนเดิมในรอบปีกลับเปลี่ยนแปลงไป เช่นในประเทศไทยของเรา แต่เดิมหากย้อนวันเวลากลับไปสัก 30-40 ปี ฤดูกาลยังคงมาตามกำหนดเวลาเสมอ เริ่มจากฤดูหนาวที่มาในต้นปีต่อเนื่องจากปลายปี คือช่วงกลางเดือนตุลาคม จนถึงกลางเดือนกุมพาพันธ์ ต่อด้วยฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคมไปจรดเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะมีลมฝนมาหลังจากนั้น แต่ในปัจจุบัน หลาย ๆ คนอาจจะเกิดความสับสนว่าไหนฤดูร้อน ไหนฤดูหนาวหรือฤดูฝน เพราะในแต่ละวันแทบจะเดากันไม่ถูกเลยว่า วันนี้จะอากาศร้อนหรือฝนจะตก ยิ่งฤดูหนาวที่เคยมาเยือนครั้งละนาน ๆ นับเป็นเดือนหรือสองเดือน กลับมาเพียงไม่กี่วันและล่าช้าผิดเพี้ยนกันไปหมด ทั้งหมดนี้เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ ก็คือ การที่โลกของเราร้อนขึ้นนั่นเอง


การที่โลกร้อนขึ้นทำให้สมดุลของสภาพภูมิอากาศและบรรยากาศต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไป สภาพอากาศส่อให้เห็นถึงว่ารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เช่น เกิดพายุเฮอริเคน ในขณะที่บางพื้นที่กลับมีความแห้งแล้ง มีน้ำท่วม และ คลื่นความร้อน ก็มีที่ท่าว่าเกิดขึ้นบ่อยกว่าเดิมเนื่องจากภาวะโลกร้อน โครงการด้านสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ได้มีการศึกษาหาข้อมูลและเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้มีความเสียหายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในทุกๆ ทศวรรษ มีกลุ่มประชาชนทั่วโลกที่ต้องได้รับผลกระทบจากหายนะต่างๆ จำนวนทวีคูณขึ้นมากในทุก ๆ ปี จาก 740 ล้านคนในทศวรรษี่ 1970 เมื่อเวลาผ่านไปเพียง 20 ปี ก็เพิ่มไปถึง 2 พันล้านคนแล้วในทศวรรษ 1990 ผู้คนหลายล้านคนเหล่านี้พบมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในประเทศยากจนแม้จะยากที่จะระบุไปว่าสาเหตุแท้จริงที่สภาพอากาศรุนแรงจะมาจากการเกิดจากภาวะโลกร้อน แต่ก็เข้าใจได้ว่า ต่างก็ยอมรับกันว่าภาวะโลกร้อนนี่เองที่ก่อให้เกิดสภาพอากาศรุนแรงตามมา เจ้าสภาพอากาศรุนแรงนี่เองที่เกิดขึ้นเพราะการที่โลกของเรามีภาวะโลกร้อนมากขึ้น และความร้อนเหล่านี้ได้เข้าสู่ระบบอากาศของโลกและนับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นหากยังไม่หาทางแก้ไขกันทุกภาคส่วน โลกนี้ทั้งโลกอาจจะต้องรับมือกับความเลวร้ายของภูมิอากาศและสภาพแวดล้อม จนกรทั่งเดินทางไปถึงวันหนึ่งที่สภาพแวดล้อมและบรรยากาศของโลกไม่เหมาะที่มนุษย์จะอยู่อาศัยกันอีกต่อไป